วันพฤหัสบดีที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2560

นิทานธรรมดาโลก (๓๐)


๘๑. ไส้เดือน


     ไส้เดือนตัวหนึ่ง  มันไชชอนอยู่ใต้ดินมาช้านาน  มันรู้สึกเบื่อหน่ายชีวิตใต้ดินเต็มที  มันจึงขึ้นมาบนดินได้รับแสงแดดและสายลมในฤดูเดือนย้ายขึ้น  หน้าแล้ง  มันรู้สึกว่ามีความสข  อิสระเสรีดีกว่าอยู่ใต้ดิน  มันจึงเลื้อยไปตามพื้นดินบนถนนสายหนึ่ง  มันเลื้อยไปได้ไม่นาน  ก็มีวัวฝูงหนี่งเดินสวนทางมา  มันรู้สึกว่าตีนวัวฝูงนั้นเหยียบย่ำลงบนตัวของมันหลายคร้ัง  จะหนึก็ไม่พ้น มันรู้สึกเจ็บปวดมาก  มันดิ้นจนสุดแรงพลิกตัวบิดไปมา  แล้วมันก็ถูกตีนวัวเหยียบย่ำซ้ำลงมาอีก  จนตัวของมันแหลกขาดเป็นท่อนๆ  ก่อนจะสิ้นใจตาย  มันก็ร้องออกมาว่า

     "อยู่ใต้ดินดีๆ ไม่ชอบ  อยากขึ้นมาเดินบนดินเหมือนวัว ตัวเราจึงต้องเจ็บปวดทรมานแล้วก็ต้องตายลงอย่างนี้......."

     นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  ความไม่พอใจในชีวิตความเป็นอยู่ของตน  ดิ้นรนไป บางทีก็ต้องได้รับความทุกข์ทรมาน  เราพร้อมที่จะเสี่ยงโชคด้วยชีวิตแล้วหรือยังเล่า ?
  

๘๒. ไส้เดือนกับแมงกะชอน


     ไส้เดือนตัวหนึ่ง  มันเลื้อยไชชอนอยู่ในดินโคลน เพื่อหาอาหารกินไปตามวิสัยของไส้เดือน  ซึ่งมันนึกว่าคงไม่มีสัตว์อื่นใดจะลงมาหากินอยู่ใต้ดินเช่นมันอีก  แต่อยู่มาวันหนึ่ง  มันไชชอนไปพบตัวแมงกะชอน กำลังใช้ขาทั้งสองข้างแหวกพื้นดินเข้ามาตรงหน้า มันจึงร้องถามแมงกะชอนว่า 

     "ท่านคือใคร?"
     "เราคือแมงกะชอน"
     "ท่านลงมาใต้ดินเพื่ออะไร?"
     "เรามาหาอาหารกิน"
     "ท่านกินอะไร?"
     "เรากินไส้เดือน"

     ว่าแล้วแมงกะชอนก็จับไส้เดือนเคี้ยวกินเป็นอาหารอันโอชารส
     นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า  ภัยอันตรายมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง บนบก ในน้ำ ในดิน  ก็มีภัยอันตรายอยู่ทั่วไป  จึงต้องระมัดระวังภัยให้จงดี 

วันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

นิทานธรรมดาโลก (๒๙)


๘๐  ลิงหางขาด


          จระเข้ตัวหนึ่ง  มันว่ายน้ำหากินอยู่ในลำน้ำแห่งหนึ่ง  เมื่อมันเหนื่อยแล้วมันจึงแวะไปที่คุ้งน้ำแห่งหนึ่ง  มีต้นไทรอยู่ที่ริมตลิ่ง  มันจึงค่อยคลานขึ้นบนตลิ่ง  นอนพักอยู่ใต้ต้นไทรนั้น
          แต่ธรรมชาติของจระเข้   มันเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่กลัวสัตว์บก เช่น เสือ หรือสิงโตจะมาตะครุบหัวมันลากขึ้นบกเข้าป่าไปกิน  มันจึงมีวิธีป้องกันตัวของมันเวลานอนหลับด้วยวิธีอ้าปากให้กว้าง  ถ่างขากรรไกรไว้  เพื่อมิให้เสือหรือสิงโตคาบหัวมันได้  อีกอย่างหนึ่งถ้าสัตว์ตัวใดเผลอมาเข้าปากมัน มันก็จะได้งับกินเป็นอาหารเสียด้วย  จระเข้ตัวนี้จึงนอนอ้าปากหลับตาอยู่ตามปกตินิสัยของจระเข้ทั้งหลาย  
          ขณะน้ันมีลิงฝูงหนึ่งอาศัยอยู่ในป่าริมลำน้ำนั้น  มีลิงสองแม่ลูกกำลังไต่กิ่งไทร  เก็บกินลูกไทรอยู่บนต้น   เมื่อลูกลิงไต่ลงมาจากต้นไทรมาเดินเล่นอยู่ที่พื้นดินใต้โคนต้นไทร  มันก็แลเห็นสิ่งประหลาดคือจระเข้นอนอ้าปากหลับตาอยู่  มันเข้าใจว่าก้อนหินธรรมดา  แต่ทำไมหนอในโพรงหินก้อนนั้นจึงมีเพดานสีแดง  และมีก้อนหินสีขาว ๆ เรียงอยู่ด้วย  มันไม่รู้ว่าเป็นปากและเป็นฟันของจระเช้   มันจึงเข้าไปนั่งเล่นอยู่ในถ้ำน้อยๆนั้น
          จระเข้รู้สึกตัวว่ามีสัตว์อะไรอยู่ในปาก  จึงร้อง "ฮูม"   ลิงน้อยตกใจกระโดนหนี  แต่จระเข้งับปากโดยเร็ว จึงงับเอาหางลิงขาดติดอยู่ในปากจระเข้  ส่วนตัวหนีจากปากจระเข้ไปได้  กลายเป็นลิงหางด้วน

          นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า   ความเยาว์วัยอ่อนต่อโลกน้ัน  ย่อมไม่รู้ว่าภัยอันตรายมีอยู่ที่ใด  ไม่รู้วา่สิ่งที่แปลกตาน้ันก็เป็นอันตรายต่อชีวิตด้วย 
(โปรดติดตามตอนต่อไป)


วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

นิทานธรรมดาโลก (๒๘)


๗๙ แมงมุมชักใย

     แมงมุมตัวหนึ่งมันชักใยติดไว้ที่หน้าต่างบ้าน โดยติดไว้ทางด้านทิศเหนือ ไปติดไว้ทางทิศใต้สี่เส้นขึงไว้  แล้วชักใยเป็นตารางกลมๆได้ตรงกลางเส้นใยถี่ๆหลายเส้น เพื่อขึงดักแมลงที่บินไปมาที่จะติดตาข่ายอยู่ที่ตรงกลางนี้  แล้วมันก็แอบไปนอนนิ่งอยู่ที่ต้นสายใย
     ต่อมาก็มีตัวชีผ้าขาวบินมาหากิน  ผ่านตาข่ายสายใยแมงมุมก็ติดอยู่ดิ้นรนไปมา  ฝ่ายเจ้าแมงมุมเมื่อตาข่ายสั่นไหว  ก็รู้ได้ทันทีว่ามีแมงบินมาติดตาข่ายเข้าแล้ว  จึงวิ่งปราดไปตามเส้นสายใย เข้าไปที่ตาข่ายตรงกลางพบเจ้าชีผ้าขาวติดอยู่ จึงร้องตะคอกว่า  
     "นั่นเจ้าบังอาจล่วงล้ำด่านแดนของเราเข้ามา  เจ้าผิดอย่างฉกรรจ์ เราจะต้องประหารชีวิตเจ้าเสียเดี๋ยวนี้"
    เจ้าชีผ้าขาวร้องตอบว่า
     "ช่องทางนี้เป็นทางบินไปมาของเรา   ท่านมาชักใยขวางทางเราด้วยเหตุใดเล่า?"
    "ช่วงทางนี้เป็นเขตแดนของเรา เราจึงต้ังด่านไว้ในเวลาราตรี เจ้าจะไปไหนในเวลาค่ำคืนเช่นนี้?"
     "เราบินออกหากิน บางทีเราก็บินไปเล่นแสงไฟอันสวยงาม"
     "เจ้าทำผิดมากที่ออกหากินในเวลาค่ำคืน และบินไปเล่นแสงไฟอันมิใช่การงาน   จงยอมให้เราทำโทษประหารชีวิตเสียโดยดี"
     ว่าแล้วแมงมุมก็ตรงเข้ากัดตัวชีผ้าขาว  เอามากินเป็นอาหาร
    
     นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้สัจธรรมว่า  เส้นใยแมงมุมน้ันเปรียบดังอายตนะทั้ง ๖ ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เมื่อเจ้าชีผ้าขาวมาสัมผัสสายใยแมงมุม เจ้าแมงมุมก็ได้รับรู้และมากินเจ้าชีผ้าขาวเป็นอาหาร   ดังอารมณ์เมื่อมาสัมผัสอายตนะ จิตก็ได้รับรู้และกลืนกินอารมณ์นั้น